สมัครเข้าชมถ่ายทอดสดกีฬาดังทุกชนิด ไก่ชน วัวชน สมาชิกเพียง 200 บาท มีบริการไว้ให้ท่าน ได้เลือกรับชมตลอด 24 ชม.

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานถึง 34 ปี แต่เชื่อว่าแฟนสนุกเกอร์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะแฟนกีฬาสอยคิวชาวอังกฤษ ยังคงไม่ลืมบรรยากาศ ของการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อปี 1985

    น่าเสียดายที่ในเวลานั้น ยังไม่มีการแพร่ภาพมายังประเทศไทย จึงทำให้แฟนสนุกเกอร์บ้านเราในยุค 34 ปีก่อน พลาดชมการถ่ายทอดสดไปอย่างน่าเสียดาย 

    ในศึกชิงแชมป์โลกครั้งนั้น คู่ชิงชนะเลิศ เป็นการโคจรมาพบกันระหว่าง "เทพบุตรคิวทอง" สตีฟ เดวิส นักสอยคิวชาวอังกฤษ ที่รั้งอันดับ 1 ของโลกในเวลาดังกล่าว และกำลังลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 4 พบกับม้ามืดประจำรายการ เดนนิส เทย์เลอร์ จากไอร์แลนด์เหนือ ที่รั้งอันดับ 11 ของโลก ณ ขณะนั้น และกำลังลุ้นแชมป์โลกสมัยแรก

    จากการที่ สตีฟ เดวิส มีผลงานที่ร้อนแรงในช่วงนั้นพอดี จึงทำให้เขา ที่มีอายุ 27 ปีในเวลาดังกล่าว ถูกมองว่าเป็นต่อ เดนนิส เทย์เลอร์ หลายเท่า และน่าจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ได้ไม่ยาก

    เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนจะเป็นไปตามที่หลายคนคิดเมื่อ สตีฟ เดวิส ออกนำในเซสชั่นแรก 8-0 เฟรม 

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

    ทว่าในเซสชั่นที่ 2  เดนนิส เทย์เลอร์ นักสอยคิวผู้สวมแว่นตาหน้าเตอะ ที่เคยอกหักรอบชิงชนะเลิศของศึกชิงแชมป์โลกมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อปี 1979 ได้ไล่มาเป็น 7-9 เฟรม พร้อมกับทำให้การแข่งขันสูสีมากขึ้น

    จากนั้นในวันต่อมา ซึ่งแข่งขันในเซสชั่นที่ 3 และ 4 ต่างฝ่ายต่างสู้กันอย่างสนุก ชนิดไม่มีใครยอมใคร โดย สตีฟ เดวิส จะออกนำทุกครั้ง แต่ เดนนิส เทย์เลอร์ สามารถตามตีเสมอได้ทุกครั้ง 

    เรียกได้ว่า สตีฟ เดวิส นำยังไงก็นำไม่พ้น ทั้งการนำ 11-8 ก่อนจะโดนตีเสมอ 11-11, นำ 15-12 โดนตีเสมอ 15-15 และ ขึ้นแท่นนำ 17-15 ก่อนจะโดนตีเสมอ 17-17 เฟรม ทำให้ต้องตัดสินแชมป์โลกในเฟรมที่ 35 ซึ่งเป็นเฟรมสุดท้าย

    บรรยากาศในเฟรมตัดสิน ต่างฝ่ายต่างแทงด้วยความรัดกุมเป็นหลัก เพราะไม่มีใครอยากพลาด ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดัน ซึ่งเต็มไปด้วยความตึงเครียด จนกระทั่งการแข่งขัน ได้ยืดเยื้อมาถึงการชิงดำลูกสุดท้าย

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

    ด้วยความกดดันอันมหาศาล จึงทำให้การชิงดำกลายเป็นหนังชีวิต มีหลายช็อตที่ดำไม่ยากจนเกินไป แต่ทั้งคู่กลับตบพลาด เพราะควบคุมความตื่นเต้นไม่ได้

    จนกระทั่ง เดนนิส เทย์เลอร์ ตบหลุมไกลพลาด ดำวิ่งมาจ่อที่หลุมล่างซ้าย สตีฟ เดวิส มีโอกาสคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 หากเขาเช็ดหักคอลง

    ทว่านักสอยคิวที่เก่งที่สุดในยุคนั้น กลับเช็ดบางกว่าอย่างเหลือเชื่อ พร้อมกับจ่อให้คู่แข่ง ในแบบยอมจำนนรับสารภาพ ก่อนที่ เดนนิส เทย์เลอร์ จะตบดำที่จ่อปากหลุมลงไป คว้าแชมป์โลกสมัยแรก ด้วยวัย 36 ปี

    การต่อสู้ที่ดวลคิวกันแบบเลือดตาแทบกระเด็น จนสถานการณ์พลิกไปพลิกมาหลายตลบ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบหัวใจแบบสุดๆ จนแฟนสนุกเกอร์ ต้องลุ้นกันแบบวินาทีต่อวินาที ได้ส่งผลให้แมตช์นี้ มีเรตติ้งผู้ชมถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในยุคนั้นถึง 18,500,000 ครัวเรือน 

    และจากการต่อสู้สนุก ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ได้ทำให้แมตช์ดังกล่าว กลายเป็นแมตช์ชิงแชมป์โลกรอบชิงชนะเลิศ ที่ใช้เวลานานที่สุด 14 ชั่วโมงกับ 50 นาที (นับเฉพาะการแข่งขันในระบบ 18 ใน 35 เฟรม) โดยในเฟรมตัดสิน ทั้งคู่ได้ดวลกันยาวนานถึง 68 นาที

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

แมตช์นี้ยังทุ้มในใจ

    ด้วยความดราม่าที่เกิดขึ้น จึงทำให้แมตช์นี้ กลายเป็นแมตช์รอบชิงของศึกชิงแชมป์โลก ที่ยังอยู่ในใจของแฟนสนุกเกอร์หลายๆคน จนถูกยกให้เป็นแมตช์ชิงแชมป์โลกที่คลาสสิคตลอดกาล ในสังเวียนครูซิเบิลเธียร์เตอร์

    และที่เซอร์ไพรซ์ที่สุด สตีฟ เดวิส ที่ในปัจจุบันอยู่ในวัย 62 ปี เพิ่งออกมากล่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า โมเมนต์ที่เขาประทับใจที่สุด ตลอดการเป็นนักสนุกเกอร์อาชีพโลก 38 ปี ก็คือการแข่งขันในแมตช์นี้ ทั้งๆที่เขาเป็นผู้ปราชัย

    ตลอดการเป็นนักสนุกเกอร์ สตีฟ เดวิส มีโมเมนต์ที่ประสบความสำเร็จ จากการคว้าแชมป์มากมาย โดยเฉพาะการคว้าแชมป์โลกถึง 6 สมัย แต่ก็ไม่มีความสำเร็จครั้งใด ที่เขารู้สึกประทับใจไปมากกว่าแมตช์ที่เขาแพ้ เดนนิส เทย์เลอร์ ในศึกชิงแชมป์โลก รอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1985 นับเป็นเรื่องที่น่าแปลกไม่น้อย

    อดีตแชมป์โลก 6 สมัยได้กล่าวว่า แม้ในช่วงเวลานั้น เขาจะผิดหวังที่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไม่ได้ แต่เขามีความสุขทุกครั้ง ที่ได้นึกถึงบรรยากาศอันตื่นเต้น ในการต่อสู้กับ เดนนิส เทย์เลอร์ ในแบบไม่มีใครยอมใคร และมันจะอยู่ในความทรงจำของเขา ตราบนานเท่านาน