สมัครสมาชิกเปิดยูสเซอร์กับ SBOBET899 ขั้นต่ำเพียง 200 บาทขึ้นไป ท่านจะได้รับหน้าเข้าชมถ่ายทอดสดกีฬาดังทุกชนิด ไก่ชน วัวชน มีบริการไว้ให้ท่าน ได้เลือกรับชมตลอด 24 ชม.

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

เรื่องราวของสองทีมคู่แข่งที่นอกจากจะต่อสู้กันเพื่อผลการแข่งขันในสนาม มันยังมีเรื่องนอกสนามที่ทั้งคู่ฟาดฟันกัน ไม่ว่าจะเรื่องชิงตัวนักเตะ, นักกายภาพบำบัด หรือกระทั่งเรื่องแข้งเยาวชน

  คู่รักคู่แค้น คงไม่เกินไปหากจะนิยามคำนี้ให้แก่พวกเขา เรื่องราวสนุกๆ พร้อมสาระเบื้องลึก มีให้คุณอ่านในเรื่องนี้..

  "เมื่อ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม"

  สองปีก่อนคำพูดของ คาลดูน อัล มูบารัค ประธานสโมสร แมนฯ ซิตี้ หลังจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ระบุค่าตัวของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ 

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  "ไม่เอาล่ะ พวกเขาจะมาเรียกค่าตัวเยอะแบบนี้จริงๆ ไม่ได้หรอก"

  ด้วยราคาค่าตัวถูกตั้งไว้ที่ 75 ล้านปอนด์ ซิตี้ มองว่ามันไม่สมเหตุสมผล เหมือนที่พวกเขาใช้เป็นข้ออ้างบ่อยๆ แล้วจากนั้นพวกเขาก็ล้มแผนเจรจาหันกลับหลังแล้วเดินจากไป

  ซิตี้ เปลี่ยนเป้าหมายไปคว้า เอเมอริค ลาป็อร์กต์ ผู้ซึ่งแทบไม่เคยทำผิดพลาดแบบร้ายแรงเลย นับตั้งแต่ย้ายจาก แอตเลติค บิลเบา ในราคา 57 ล้านปอนด์ และการที่เขาหายไปจากทีมในฤดูกาลนี้ ส่งผลเสียหายต่อทีมมากทีเดียว ซึ่งก็คงมีเพียงไม่กี่คนที่จะนึกเสียดายกับการตัดสินใจเลือก เขาคนนี้ แทน ฟานไดค์

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  บางทีสิ่งเดียวที่จะทำให้นึกเสียดายคือ หาก ผู้บริหารของซิตี้ ตัดสินใจยอมจ่ายค่าตัวของ ฟาน ไดค์ 75 ล้านปอนด์ แล้วมองเงินจำนวนนี้เป็นค่าตัวที่สมเหตุสมผลแล้วล่ะก็ เราคงไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมาแน่ เพราะกองหลังรายนี้ประสบความสำเร็จกับทีมคู่แข่งมาตลอด 18 เดือนและกำลังท้าทายแย่งชิงแชมป์ลีกจากพวกเขาในซีซั่นนี้

  อย่างไรก็ตาม หาก ซิตี้ ได้ตัว ฟาน ไดค์ ไปแล้ว ลิเวอร์พูล ก็คงคว้า ลาป๊อร์กต์ เข้ามาแทน แล้วผลลัพธ์ก็คงจะไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่

  นี่เป็นเพียงตัวอย่างแรกของการแข่งขันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ในประเด็นที่ว่าพวกเขามักจะมีเป้าหมายเป็นนักเตะคนเดียวกัน?

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ในมุมมอง ลิเวอร์พูล

  ไมค์ กอร์ดอน ประธานกลุ่มเฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป และ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬาของ ลิเวอร์พูล ไม่เคยเลยที่จะตั้งข้อสงสัยในค่าตัวของ ฟาน ไดค์

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  ทั้งคู่เชื่อมั่นว่า ฟาน ไคด์ จะเปลี่ยนโฉมแนวรับที่ตอนนั้นขาดคนที่มีภาวะผู้นำ นับตั้งแต่ เจมี่ คาร์ราเกอร์ เลิกเล่นไปเมื่อปี 2013 ได้แน่นอน

  เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มีความเชื่อมั่นในคุณภาพของ ฟาน ไดค์ แต่เขาก็ต้องขอการรับรองจากคนใหญ่คนโตของทีมว่า สโมสรจะไม่ทำอะไรที่มันเกินศักยภาพของพวกเขาในการทำข้อตกลงที่จะดึง ฟาน ไดค์ มาร่วมทัพด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติโลก 

  ลิเวอร์พูล มองว่าการได้ตัว ฟาน ไดค์ เข้ามาถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ

  เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว อดีตแนวรับเซลติก แสดงออกชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล คือตัวเลือกที่ตัวเองตัดสินใจมาเป็นอันดับแรก อยู่เหนือ แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี อีกสองทีมที่ต้องการคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ

  วิธีการหว่านเสน่ห์ของ คล็อปป์ ได้ผลเป็นอย่างดี หลังจากที่เขาบอก ฟาน ไดค์ ว่าตนนั้นมีวิสัยทัศน์ที่จะนำทีมคว้าแชมป์มาครองได้ในอนาคต ขณะที่แพสชั่นของแฟนบอลลิเวอร์พูล ก็มีส่วนในการตัดสินใจของ ฟานไดค์ เช่นกัน

  ฟาน ไดค์ เข้าชมเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิง ปี 2017 ที่กรุงคาร์ดิฟฟ์ และถูกเหล่าแฟนบอลเร่งเร้าให้เขาย้ายมา ลิเวอร์พูล

  ตอนที่ ลิเวอร์พูล ถูกใจมตีในเรื่องที่ลักลอบแอบคุยกับ ฟาน ไดค์ พวกเขาก็ออกมาขอโทษต่อ เซาธ์แฮมป์ตัน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ตอนตลาดเดือนมกราคม

  กอร์ดอน ได้รักษาความสัมพันธ์กับ ราล์ฟ ครูเกอร์ ประธานสโมสรเซาธ์แฮมป์ตัน เพื่อให้ดีลนี้นั้นจบลงด้วยดี

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  ลิเวอร์พูล เชื่อว่าเหตุผลที่แท้จริงของ ซิตี้ ที่ไม่ตกลงค่าตัวของ ฟาน ไดค์ ก็เพราะ เอติฮัด สเตเดี้ยม ไม่ใช่ที่ที่ ฟาน ไดค์ ต้องการจะไป

  ทีมสรรหานักเตะของสโมสรได้ทำการติดตามเฝ้าดู เซนเตอร์แบ็กกว่า 30 รายทั่วยุโรปในช่วงตลอดระยะเวลา 18 เดือน ซึ่งหาก ซิตี้ ได้ตัว ฟาน ไดค์ ก็เป็นไปได้ที่ ลาป๊อร์กต์ จะกลายเป็นผู้เล่น ลิเวอร์พูล

  ในลิสต์ดังกล่าว มีผู้เล่นเกรด A อยู่ 4 รายด้วยกัน แน่นอน ฟาน ไดค์ คือยืนหนึ่งเช่นเดียวกับ ลาป๊อร์กต์ ที่มีค่าฉีกสัญญา 57 ล้านปอนด์ ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ส่วน คาลิดู คูลิบาลี่ จาก นาโปลี และ เฌโรม บัวเต็ง ก็อยู่ในข่ายที่ถูกพิจารณา เช่นเกัน

  All or Nothing สารคดีเกี่ยวกับเรื่องราวของ แมนฯ ซิตี้ ในฤดูกาล 2017/18 แสดงให้เห็นถึงเบื้องลึกเบื้องหลังการคว้าตัว ลาป๊อร์กต์ แบบละเอียดยิบ โดย โอมาร์ เบร์ราด้า หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการกับบรรดาทนายของสโมสรเดินทางไปยังกรุงมาดริด เพื่อจ่ายค่าฉีกสัญญาของ ลาป๊อร์กต์ ซึ่งหนังสือตอนนี้ทำให้เห็นถึงเรื่องที่น่าสนใจในโลกของการย้ายทีมของผู้เล่นชั้นนำ

  เนื้อหาของหนังสือระบุว่า ทั้งที่ตอนนั้น คนของซิตี้อยู่บนเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัวแล้วแท้ๆ แต่ทนายของ ลาป๊อร์กต์ กลับเรียกร้องขอเงินเพิ่มดื้อๆ นำมาซึ่งการเจรจาแบบเร่งด่วนระหว่าง เบร์เรด้า กับทีมงานของเขาตอนกลับถึงเมืองแมนเชสเตอร์

  เรื่องแบบนี้ ซิตี้ เคยยุติการเจรจาย้ายทีมเพราะปัญหาคล้ายๆ กันมาแล้ว แต่หนนี้พวกเขายอมประนีประนอมเพื่อให้ได้เป้าหมายที่สำคัญ อย่าง ลาป๊อร์กต์ เข้ามา

  มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่สองทีมระดับท็อปของอังกฤษ ต่างมีอะไรๆ เหมือนกัน ทั้งความเอาจริงเอาจัง, เล่นฟุตบอลด้วยเกมรุก และต่างก็เหมือนว่าจะเพิ่มขอบเขตจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถใช้ได้ในการซื้อนักเตะ 1 คน รวมถึงมีแมวมองอยู่ทั่วโลกและยังจับจ้องนักเตะคนคนเดียวกัน

  เรื่องการซื้อขาย เป็นเพียงหนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจของการสู้กันระหว่างสองทีมนี้ ยังมีอะไรที่ลึกไปกว่านั้นอีก

ข้อมูล, แมวมอง และแฮ็กเกอร์

  ไม่นานนี้ ลิเวอร์พูล เพิ่งจ่ายเงินให้ แมนฯ ซิตี้ 1 ล้านปอนด์ จากกรณีแอบไปแฮ็กข้อมูลเรื่องแมวมองนักเตะของ ซิตี้ เมื่อปี 2013 โดยการล็อกอินเข้าใช้ในนามพนักงานของเรือใบสีฟ้า

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  มันมีการตกลงจ่ายเงินทั้งที่ทั้งสโมสร และเหล่าคนที่ถูกกล่าวหา (เอ็ดเวิร์ดส์, เดฟ ฟัลโล่ว์ส และ จูเลี่ยน วอร์ด) ไม่ได้ยอมรับว่าพวกเขาทำผิด และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทั้งสองสโมสรก็ปิดปากเงียบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว

  การฝ่าฝืนการรักษาความปลอดภัย เรื่องนี้แบบนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ เอฟเอ ก็ยังคงสืบสวนเรื่องนี้กันอยู่ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ช่วยบอกว่าการต่อสู้ของทีมระดับท็อปในยุโรป ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เรื่องในสนามเท่านั้น

  ไม่ว่าข้อมูลหรืออะไรก็ตามที่ ลิเวอร์พูล ได้รวบรวมดูเหมือนว่าจะมีผลกระทบเล็กน้อยในดีลซื้อขายช่วงเดือน มิถุนายน 2012 ถึง กุมภาพันธ์ 2013 ซึ่งเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเขาลงเอยด้วยการซื้อ ฟาบิโอ บอรินี่, โจ อัลเลน, ยาโก้ อัสปาส ซิมง มินโญเล่ต์ และ มามาดู ซาโก้

  เมื่อ ลิเวอร์พูล มีแผนปรับปรุงทีมงานสรรหาผู้เล่นหลังการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฟุตบอลของ เดเมี่ยน โคมอลลี่ และการอำลาทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช เอ็ดเวิร์ดส์ ก็คว้าตัว ฟัลโล่ว์ส กับ แบร์รี่ ฮันเตอร์ จาก ซิตี้ มาทำงานให้ทีมในปี 2012 จากนั้นสโมสรก็แต่งตั้งอดีตสามแมวมองของ แมนฯ ซิตี้ คือ วอร์ด, แอนดี้ เซเยอร์ และ เควิน ฮันท์

  คล็อปป์ ให้เครดิตแก่ ฟัลโลว์ส ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมสรรหา กับหัวหน้าทีมแมวมอง อย่าง ฮันเตอร์ เป็นอย่างมาก ในฐานะที่ทั้งคู่เป็นส่วนสำคัญที่ ลิเวอร์พูล กลับมายิ่งใหญ่ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยทั้ง ฟัลโลว์ส และ ฮันเตอร์ มีส่วนร่วมกับดีลข้อตกลงในตลาดซื้อขาย อีกทั้งยังมีความสำคัญที่ผลักดันดีลของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ฟาบินโญ่ ให้เกิดขึ้น

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  วอร์ด ซึ่งเคยทำงานเสาะหาผู้เล่นแถบอเมริกาใต้กับ ซิตี้ ยังได้รับการยกย่องอย่างสูงที่ ลิเวอร์พูล จนได้รับการเลื่อนตำแหน่งจาก ผู้จัดการแมวมองยุโรป ที่สเปน และ โปรตุเกส มาทำงานในบทบาทคนที่ดูแลเรื่องนักเตะที่ย้ายไปเล่นแบบยืมตัวและเป็นผู้จัดการด้านพันธมิตรฟุตบอล ในปี 2015

  ในโลกของแมวมองและการย้ายทีมระดับสูงๆ มันมักจะขัดแย้งกันสิ้นเชิง เรื่องที่แน่นอนอย่างหนึ่งก็คือมันมีกลุ่มแชทบน ว้อทส์แอปป์(WhatsApp) ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นการเสาะหาแข้งทั่วโลก ซึ่งสมาชิกในกลุ่มนั้นก็เต็มไปด้วยคนระดับบิ๊กๆของสโมสรใหญ่ๆ เช่นเดียวกับบรรดาแมวมองและเหล่าโค้ชในทีมเยาวชน แถมมันยังมีห้องแชท ที่ในทุกๆ สุดสัปดาห์จะมีเสียงเตือนข้อความดังขึ้นยามที่มีบิ๊กแมตช์ไม่ว่าคู่ใดก็ตาม

  เมื่อถึงเวลาที่ตลาดซื้อขายกลับมาอีกครั้ง หลายทีมใหญ่ไม่มากก็น้อยจะรู้ว่าคู่แข่งของพวกเขากำลังหมายตาใคร หรือผู้เล่นตำแหน่งอะไร

  อย่างไรก็ตาม กระบวนการก่อนหน้านั้นถูกปกปิดเป็นความลับ มีการล็อคระบบข้อมูลไว้ในแลปท็อปส์และเสียงการพูดคุยแบบเงียบๆ ในการพบปะกันของผู้บริหารระดับสูงของซิตี้ ซึ่งประกอบไปด้วย เฟร์ราน โซเรียโน่ หัวหน้าผู้บริหาร, ซิกี้ เบกิริสไตน์ ผู้อำนวยการฟุตบอล, เบร์ราด้า รวมถึงเหล่าผู้ช่วย, ทนายความ และทีมงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากร พวกเขานัดพบกันเป็นประจำเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ แต่ชื่อของนักเตะเป้าหมายจะเก็บเป็นความลับ มีเพียง โซเรียโน่, เบกิริสไตน์, เบร์ราด้า และ อัล-มูบารัค ท่านประธาน เท่านั้นที่จะรู้ว่าคนๆ นั้นเป็นใครและหารือเกี่ยวกับนักเตะที่พวกเขากำลังให้ความสนใจอยู่

  การฝึกซ้อมก็มีขั้นตอนเหมือนกัน หนึ่งในตัวอย่างคือการที่สตาฟฟ์ของ กวาร์ดิโอล่า คิดค้นการผ่านบอลแบบใหม่ขึ้นเพื่อใช้ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน และข้อมูล ทั้งหมดก็ถูกเก็บไว้ในแลปท็อปส์ที่ล็อกรหัสไว้แน่นหนา ขนาดตอนที่เจ้าหน้าที่ เอฟเอ มาที่สนามซ้อมของสโมสร ไม่ว่าจะเรื่องเหตุผลใดก็ตาม ทั้งกระดานแท็คติคและโน้ตต่างๆ ที่อยู่ที่นั่นจะถูกปกปิดและซ่อนเอาไว้อย่างดี

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  หนึ่งปีก่อน ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของ แมนฯ ซิตี้ ได้รับการอัพเกรดและทำให้รัดกุมยิ่งขึ้นหลังจากเกิดกรณีการแฮ็คของ ฟุตบอล ลีคส์ (Football Leaks) จึงทำให้สตาฟฟ์ทุกระดับของทีมต้องมีการเปลี่ยนพาสเวิร์ด อีเมล์ ของตัวเองทุกเดือน

  แมนฯ ซิตี้ ยังใช้เครื่องมือแมวมองออนไลน์ที่แตกต่างกันเพื่อแจ้งแผนการซื้อขาย ไม่ว่าจะ WyScout, InStat และ Scout7 ทั้งหมดมีวิธีใช้งานคล้ายกันแต่ต่างกันที่วัตถุประสงค์  

  ไม่ว่านักเตะคนไหนในโลก พวกเขาจะถูกค้นหาเจอและทุกๆ การเคลื่อนไหวก็แบ่งแยกย่อยเป็นส่วนต่างๆ อย่าง การยืนตำแหน่งเกมรับ, การเปิดบอล หรือการเชื่อมเกม อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Scout7 สตาฟฟ์ของ ลิเวอร์พูล เคยเข้าถึงข้อมูลของ ซิตี้ มาแล้ว นี่คือโปรแกรมที่ถูกใช้งานแบบมีประโยชน์มากที่สุดในด้านการส่งข้อมูลเข้าแอพลิเคชั่น แล้วจากนั้นก็จะสร้างรายงานเกี่ยวกับตัวนักเตะแบบสุดละเอียดขึ้นมา

  แม้การประชุมการซื้อขายระหว่าง สตาฟฟ์ระดับสูง ส่วนใหญ่จะใช้เป็นการพบกันทางวีดิโอ แต่การตัดสินใจลงมือทำไม่ได้ขึ้นกับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว

  แมนฯ ซิตี้ อ้างถึงเครือข่ายแมวมองอันกว้างขวางที่สามารถเข้าไปดูเกมการแข่งขันและจับตาบรรดาผู้เล่นด้วยตัวเองและรวบรวมข้อมูลในรายละเอียดส่วนตัวของนักเตะนั้นๆ ด้วยการทำให้แน่ใจว่านักเตะคนไหนที่จะเหมาะสมกับทีมและสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้

  และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของ ซิตี้ ในตลาดนักเตะมาจากการที่พวกเขาสร้างรายงานแบบนั้นมาหลายปี แถมยังได้รับการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเสริมทัพหลายตำแหน่งแบบละเอียดยิบ เช่นในรายของ ดาบิด ซิลบา และ เซร์คิโอ อเกวโร่ เป็นต้น

  SportCode เป็นโปรแกรมทั่วไปที่ใช้ในการวิเคราะห์เกมการแข่งขันของทีมทั่วประเทศและมันยังช่วยเตือนแผนการซื้อขายอีกต่างหาก

  กวาร์ดิโอล่า จะย้อนดูเกมย้อนหลังของทีมก่อนที่จะส่งต่อไปยังเหล่านักวิเคราะห์และสั่งให้ทีมงานส่งข้อมูลที่วิเคราะห์มาได้ให้กับนักเตะ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บรวบรวมเพื่อช่วยขยายภาพในแต่ละจุดแข็งที่ผู้เล่นจำเป็นต้องเสริมตามตำแหน่งที่กำหนด และจากนั้นการเซ็นสัญญาก็จะสามารถถูกค้นพบจากข้อมูลพื้นฐานนั้น

  ผู้ใหญ่ระดับสูงของ ซิตี้ ยังใช้ช่องทางการติดต่อของพวกเขาที่มีอยู่ทั่วโลกเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเป้าหมายที่สนใจ ยกตัวอย่างคือ การให้ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของ เป๊ป กวาร์ดิโล่า ที่ บาร์เซโลน่า เป็นที่ปรึกษาเรื่องความสนใจในตัว เฟรงกี้ เดอ ยอง 

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  เดอ ยอง ถูกระว่าเป็นเป้าหมายอยู่ใน "หมวดA" และด้วยการที่ทีมระดับท็อปส่วนใหญ่ รวมถึงสโมสรเศรษฐีต่างๆ มักมีเป้าหมายนักเตะเหมือนกัน ซิตี้ จึงพยายามที่จะป้องกันเหล่าคู่แข่งด้วยการเริ่มทำตั้งแต่เนิ่นๆ และหลังจากที่มีการตัดสินใจกัน ของ อัล-มูบารัค, โซเรียโน่, เบกิริสไทนน์ ว่าจะต้องการจ่ายค่าตัวผู้เล่นคนนี้เท่าไหร่ พวกเขาก็ทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะปิดดีลให้ได้ก่อนวันที่ตลาดเสริมทัพจะเปิดทำการหลายวันเลยด้วยซ้ำ

  ขณะเดียวกัน เป็นที่ทราบกันดีว่า เพื่อนร่วมเมืองอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด มักจะเปิดฉากเจรจากับผู้เล่นหลายๆ คนที่เล่นตำแหน่งเดียวกัน ซึ่งจะมีแค่

  สิ่งนี้นำไปสู่การทำให้ ซิตี้ ในยุคของ กวาร์ดิโอล่า สามารถรักษาเป้าหมายของตัวเองได้ไม่น้อย อย่างเช่น กุนโดกัน, เบร์นาร์โด ซิลวา, เอแดร์ซอน, เบนฌาแม็ง เมนดี้, ไคล์ วอล์คเกอร์, ริยาด มาห์เรซ และโรดรี้ โดยมีการต่อรองเพิ่มทั้งด้านที่ทำให้ค่าตัวถูกลง และแพงขึ้นนิดหน่อยในระหว่างการเจรจาด้วย

  อย่างไรก็ตาม มันก็มีที่พวกเขาพลาดเป้าหมายสำคัญๆ แล้วทำให้ทีมไม่สามารถหาตัวเลือกอื่นๆ มาทดแทนได้ ซึ่งมันก็ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ไม่พอใจหลายต่อหลายครั้ง

  เคสของ เดอยอง เป็นตัวอย่างหนึ่งในนั้น.. 

  ช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อ 12 เดือนก่อน เจ้าหน้าที่ของ บาร์เซโลน่า ทำใจแล้วว่าพวกเขาต้องชวดดาวรุ่งชาวดัตช์คนนี้แล้วแน่ๆ หลังจากที่ เบกิริสไตน์ ตกลงค่าตัวกับ อาแจ็กซ์ และเอเยนต์ของนักเตะได้เรียบร้อยแล้ว แถมตัวแทนของ แมนฯ ซิตี้ ก็ตกลงเรื่องเงื่อนไขส่วนตัวได้ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้วอีกต่างหาก ซึ่งหลังจากพลาด จอร์จินโญ่ ในช่วงซัมเมอร์ กวาร์ดิโอล่า และพรรคพวกก็วาง เดอยอง เป็นเป้าหมายเดียวที่พวกเขาต้องการ

  อย่างไรก็ดี บาร์เซโลน่า ตัดสินใจกลับมาทุ่มสุดตัวเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พวกเขาส่งตัวแทนของสโมสรไปยังกรุงอัมสเตอร์ดัม ด้วยเป้าหมายว่าต้องเซ็นสัญญากับกองกลางอนาคตไกลให้ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

  ท้ายที่สุด บาร์ซ่า ก็ยอมมอบค่าเหนื่อยให้ เดอ ยอง 200,000 ยูโรต่อสัปดาห์ แล้วจ่ายค่าเอเยนต์เป็นเงินอีก 5 ล้านยูโร 

  มันเป็นหนึ่งในหลายเคสที่ แมนฯ ซิตี้ พลาดหวังจากผู้เล่นที่เป็นเป้าหมาย แต่ยังไงเสียพวกเขาก็คงไม่คิดที่จะจ่ายเงินมากตามที่โดนเรียกร้องอยู่ดี

  ยังมีเหตุการณ์คล้ายกันคือตอนที่ ซิตี้ ตัดสินใจไม่สู้ราคา 85 ล้านปอนด์ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งปีศาจแดง ยอมจ่ายให้กับ เลสเตอร์ เพื่อเป็นค่าตัวของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ทั้งที่  เขาตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับ ซิตี้ เรียบร้อยแล้ว 

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  ความสุขที่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ แม็กไกวร์ ก็คงไม่น่าจะต่างจาก ซิตี้ เท่าไหร่ เพราะเขาก็การันตีตำแหน่งตัวจริงและไม่นานก็ได้ก้าวขึ้นมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม

  เรื่องทั้งหมด ทำให้ กวาร์ดิโอล่า และ มิเกล อาร์เตต้า ผู้ช่วยคนสนิท เกิดอาการโกรธขึ้นมาอีกครั้งหลังอาการเจ็บของ ลาป๊อร์กต์ ช่วงเดือนสิงหาคม ทั้งสองต่างก็สงสัยว่าตัวเลือกเท่าที่มีอยู่ในตอนนี้จะช่วยให้พวกเขาเป็นฝ่ายชนะในเกมที่ แอนฟิลด์ ได้ยังไง?

  นั่นแหละคือสิ่งที่เป็นเหมือนตัวชี้วัดความแตกต่าง..

การสู้กันในเรื่องอะคาเดมี่

  การต่อสู้นอกสนามเพื่อแย่งกันคว้าแข้งดาวรุ่งพรสวรรค์สูงหลายต่อหลายคนไปร่วมทัพมันก็เป็นเรื่องที่ดุเดือดเอามากๆ 

  เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการดวลกันของแค่ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล แต่ยังมีทีมอย่าง ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน เข้ามามีเอี่ยวด้วย หรือแม้แต่บริษัทผลิตภัณฑ์กีฬาชั้นนำก็ยังตั้งทีมงานแมวมองขึ้นมาเองเพื่อให้คนเหล่านั้นตามหาเหล่าแข้งดาวรุ่งเก่งๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้เซ็นสัญญากับนักเตะกลุ่มนั้นก่อนหน้าบริษัทคู่แข่ง โดยมักจะมีการส่งรองเท้าสตั๊ดสุดหรูไปให้นักเตะเหล่านั้นเพื่อเป็นการพยายามโน้มน้าวใจให้แข้งคนนั้นๆ ยอมเซ็นสัญญาด้วย

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  เท่าที่รู้คือ แมนซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล มีค่าใช้จ่ายด้านอะคาเดมี่ระหว่างทั้งสองทีมต่างกันเยอะมาก

  ศูนย์ฝึกของลิเวอร์พูล มีงบประมาณต่อปีเป็นเงินจำนวน 10 ล้านปอนด์ และพวกเขาก็เชื่อว่า ซิตี้ นั้นมีงบมากกว่าตัวเอง 2 เท่าตัว

  ภายใต้แผนงานของ อเล็กซ์ อิงเกิลโธร์ป ผู้อำนวยการอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ได้ตัดสินใจจำกัดเพดานค่าเหนื่อยของนักเตะเกือบทุกคนที่เพิ่งได้สัญญาอาชีพเป็นปีแรก

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  โดยคนเหล่านั้นจะได้ค่าเหนื่อยเบื้องต้นราวฤดูกาลละ 40,000 ปอนด์ ซึ่งตัวสัญญาจะมีเงื่อนไขการให้โบนัสที่ดูน่ายั่วยวน โดยตัวโบนัสจะขึ้นอยู่กับจำนวนนัดที่ลงเล่น และการขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้


  สาเหตุที่พวกเขาต้องทำแบบนี้ก็เพื่อเป็นการรับประกันว่าบรรดาแข้งดาวรุ่งจะยังมีความกระหายอย่างเต็มเปี่ยม และ อิงเกิ้ลธอร์ป ก็เชื่อว่ามันเป็นวิธีที่ได้ผลเป็นอย่างดี

  “ผมไม่เคยทำงานกับดาวรุ่งคนไหนที่ถูกมองว่าค่าตัวแพงเกินไป ทั้งที่พวกเขาสามารถพัฒนาฝีเท้าได้เต็มศักยภาพของตัวเอง” ผอ.อะคาเดมี่ลิเวอร์พูล เผย

  ที่ ซิตี้ มีโรงเรียนที่ถือว่ามีความเพียบพร้อมมากกว่าเยอะ

  บรรดาแข้งเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ยังคงศึกษาที่ เรนฮิลล์ ไฮ ซึ่งเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถทุกระดับ โดยอยู่ไม่ไกลจาก เคิร์กบี้ เท่าไหร่

  ส่วนเด็กๆ ของ ซิตี้ จะเข้าเรียนที่สถาบัน เซนต์ เบดส์ (St Bede's) ค่าเรียนปีละ 12,000 ปอนด์ต่อปี โดยช่วงเช้าพวกเขาจะมีคลาสเรียน ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะไปฝึกซ้อมที่ เอติฮัด แคมปัส

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  เอเยนต์ที่เป็นตัวแทนของผู้เล่นทั้งสองสถาบันบอกกับ ดิ แอธเลติกว่า "แพ็คเกจเรื่องเงินที่ ซิตี้ เสนอให้กับบรรดาผู้เล่นเยาวชนและครอบครัวนั้นมันต่างกับ ลิเวอร์พูล - หากเงินคือแรงจูงใจแล้วล่ะก็ ซิตี้ก็จะได้ตัวพวกเขาไป ข้อดีคือคุณจะได้เงินปีแรกที่ 4,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แล้วจะเพิ่มเป็น 6,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ในปีต่อมา แต่ ลิเวอร์พูล จะไม่จ่ายอะไรทั้งสิ้น มันก็เหมือนกันกับค่าธรรมเนียมเอเยนต์ในระดับอะคาเดมี่ นั่นแหละ"

  "สำหรับ ลิเวอร์พูล พวกเขามีจุดขายคือ เจอร์เก้น คล็อปป์ และเส้นทางของดาวรุ่งที่จะขึ้นมาทีมชุดใหญ่ ความจริงที่ว่า เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ คือคนที่มีอิทธิพลสูงมาก"

  "คล็อปป์ มักจะออกไปพบกับผู้เล่นดาวรุ่งที่สนใจเข้าร่วมทีมด้วยตัวเอง เขาทำแบบนี้กับทั้ง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ และ คี-ยาน่า ฮูแฟร์ การที่ได้เจอกันเป็นการส่วนตัวนั้น คือความต่างที่เห็นได้ชัดมาก"

  "ส่วนใหญ่ ซิตี้ จะเดินหน้าและซื้อผู้เล่นที่พร้อมใช้งานทันที ดังนั้นมันทำให้เป็นเรื่องยากของดาวรุ่งที่พยายามจะก้าวขึ้นมา"

  อย่างไรก็ตาม ความคิดที่ว่าผู้เล่นดาวรุ่งมักถูกดึงไปอยู่กับ ซิตี้ เหตุผลเพราะค่าจ้างต่อสัปดาห์นั้น ถือเป็นแนวคิดที่ตรงกันข้ามกับของทุกคนที่ทำงานกับ แมนฯ ซิตี้ รวมถึงตรงข้ามกับคนที่ทำหน้าที่ฝึกสอนที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้

  ลิเวอร์พูล ซึ่งมีขุมกำลังเยาวชนที่เล็กกว่าก็ได้ดึง ราฟาเอล คามาโช่ มาจาก แมนฯ ซิตี้ หลังถูกปล่อยตัวในปี 2016 และต่อมาถูกขายให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน ด้วยเงินถึง 7 ล้านปอนด์

  นอกจากนี้ ซิตี้ ยังเสียดายไม่น้อยที่ต้องเสีย กองกลางตัวรุกที่มีความสามารถสูงอย่าง เจมส์ บาลากิซี่ ให้กับ ทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล ในตอนที่เด็กคนนี้อายุ 11 ขวบ ซึ่งผลงานในช่วงที่ผ่านมาของ บาลากิซี่ ก็ทำให้ดูเหมือนว่า นี่จะเป็นการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าสุดๆ มากขึ้นไปอีก

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  ปัจจุบันในวัย 16 ปี บาลากิซี่ เป็นหนึ่งในดาวเด่นของทีมลิเวอร์พูล รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และในนามทีมชาติอังกฤษ รุ่นไม่เกิน 17 ปี เขาก็พัฒนาจนเป็นศูนย์กลางบนแนวรุกได้อย่างน่าประทับใจ

  ตอนปี 2018 ลิเวอร์พูล ยังได้คว้า บ็อบบี้ ดันแคน จากทีมเยาวชนซิตี้ หลังเขายืดเยื้อที่จะต่อสัญญากับทีม โดย ลิเวอร์พูล ยอมจ่ายเงิน 200,000 ปอนด์ และก็สร้างกำไรได้อีกเมื่อ หงส์แดง ปล่อยไปให้ ฟิออเรนติน่า ในราคา 1.8 ล้านปอนด์ ตอนเดือนกันยายน

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  กรณีของ ดันแคน เด็กคนนี้ไม่มีความอดทนมากพอที่จะรอคอยโอกาสในทีมชุดใหญ่ แต่ในฤดูกาลนี้ คล็อปป์ ก็ได้ส่งเด็กดาวรุ่งลงเล่นไปแล้ว 6 คนซึ่งถือเป็นการช่วยบรรดาสตาฟฟ์ในอะคาเดมี่ของสโมสรได้เป็นอย่างดีในแง่ของการโน้มน้าวใจให้แข้งดาวรุ่งพรสวรรค์สูงมาอยู่กับพวกเขาได้ง่ายขึ้น

  ลิเวอร์พูล มีแนวทางในความพยายามที่จะทำให้มั่นใจว่าพวกเขาได้สรรหาแนวทางที่ถูกต้องในก่อนระดับอะคาเดมี่ ลิเวอร์พูล เชื่อว่าหากสามารถให้ความรู้กับบรรดาผู้ ปกครองของเด็กๆ ที่อายุ 7-8 ปี ในเรื่องที่ว่า-ทำไม ลิเวอร์พูล เป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กๆ ในการพัฒนา- จากนั้นเด็กๆ ก็จะอยู่ต่อและไม่อยากจะสนต่อแรงดึงดูดจาก เอติฮัด แคมปัส

  "พื้นที่รอบๆ นี้มีการแข่งขันในเรื่องดึงคนเข้ามามากกว่าที่ ลอนดอน เสียอีก" อิงเกิลสโธร์ป กล่าว

  "ที่นี่ คุณมี 4 สโมสรใหญ่ที่สามารถขับรถไปได้ใน ชั่วโมง-ชั่วโมงครึ่ง คุณต้องพยายามทำให้ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ แต่คุณยังจะต้องระวังว่าคุณจะไม่หยุดดูแลสิ่งนั้น"

  การเจอกันระดับอะคาเดมี่ระหว่างทั้งสองทีมในสนาม เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ โดยเอาชนะจุดโทษต่อ แมนฯ ซิตี้ ที่ เอติฮัด แคมปัส เมื่อเดือน เมษายน

การสรรหาแข้งเยาวชน

  เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ถูกพบว่ามีความผิดที่ละเมิดกฎการดึงผู้เล่นเยาวชนของ เอฟเอ 

  แม้ว่าในมุมของการเสาะหานักเตะ และการฝึกสอนนั้น การดึงนักเตะอายุน้อยมาร่วมทีมจะถูกมองว่าไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เพราะเป็นเพียงการขยายขอบเขตการทำงานเท่านั้นก็ตาม แต่ที่จริงแล้วมันก็มีการดึงแข้งอายุน้อยมาร่วมทีมตลอดเวลา

  หลายคนรู้ดีว่าบรรดาสโมสรฟุตบอลทั่วประเทศมีการจ่ายโบนัสให้กับผู้ปกครองของนักเตะเยาวชนที่ดูมีแววไปได้ไกลมากที่สุดในอะคาเดมี่ของพวกเขา ซึ่งโบนัสที่ว่าก็มีหลายแบบ ทั้งการจ่ายเงินเพื่อเป็นเหมือนค่าแมวมองที่ผู้ปกครองเหล่านั้นคอยดูลูกชายของพวกเขาเล่นฟุตบอลมาเป็นอย่างดี หรือแม้แต่กระทั่งการซื้อบ้านให้

  มันคือธุรกิจใหญ่และสโมสรต่างก็จับจ้องคู่แข่งของพวกเขาเพื่อดูว่าตัวเองควรจะทำอะไรให้ดีขึ้น

  การสรรหาผู้เล่นเยาวชนของ แมนฯ ซิตี้ แบ่งเป็น 3 ลำดับขั้น 

1. ศูนย์พัฒนาที่อยู่ตามเมืองต่างๆ ทางตอนเหนือ เช่น บาร์นสลี่ย์, เบิร์นลี่ย์ และ ลีดส์ ทั้งหมดมีเด็กๆ กว่า 100 คนและขึ้นตรงกับศูนย์ฝึกอะคาเดมี่ของ ซิตี้ 

2. City Select นี่คือโปรแกรมที่อนุญาตให้เด็กๆ ได้เข้าฝึก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์โดยมีโค้ชประจำทีม ซิตี้ เป็นผู้ฝึกสอน ซึ่งเด็กเหล่านี้ไม่ได้มีสัญญาผูกพันกับสโมสร 

 พวกเขาได้รับการอนุญาตให้เล่นกับทีมระดับรากหญ้าแต่โปรแกรมนี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อกับทีมสำรองมากกว่า

  สองปีก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจให้ เควิน บีสวิค หัวหน้าแผนกโปรแกมทำงานหนักขึ้น หลังเริ่มมีแนวโน้มที่เยาวชนในเมืองแมนเชสเตอร์ หันไปเข้าอะคาเดมี่ของทีมอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งเด็กๆ เหล่านั้นไม่ได้แค่ไปเข้าอะคาเดมี่ของ ซิตี้ เท่านั้น แต่ยังข้ามเมืองไปยังย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์เพื่อฝึกกับ เอฟเวอร์ตัน หรือ ลิเวอร์พูล แถมเยาวชนหลายคนในกลุ่มนี้ มีบางคนที่เป็นแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อีกต่างหาก

  และขั้นตอนสุดท้ายประกอบไปด้วยกิจกรรมสนุกๆ ณ โรงเรียนท้องถิ่น โดยนักเตะราวๆ 100 คนจากกลุ่มอายุหนึ่งจะได้ฝึกซ้อมกับโค้ช ซิตี้ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และจะได้รับใบประกาศนียบัตรกลับไปเชยชม แล้วหลังจากนั้นเด็กอีกกลุ่มอายุก็จะได้ซ้อมเหมือนกันบ้าง ที่จริงมีเด็กไม่กี่คนจากกลุ่มนี้ที่ถูกเลือกให้ไปฝึกฝีเท้าต่อกับทีม แต่คนที่ถูกเลือกก็จะโดนส่งไปยังศูนย์พัฒนาฝีเท้าทันที และมีโอกาสจะได้เข้าสู่อะคาเดมี่ของทีมในภายหลัง

  มันเป็นวิธีการที่ทำให้โค้ชซิตี้หลายคนที่เชื่อในแมวมองแบบดั้งเดิม เช่น การไปค้นพบผู้เล่นในสวนสาธารณะ สูญพันธุ์ไป กล่าวคือวิธีการเดิมๆ ที่จะไปหานักเตะตามที่ต่างๆ มันหมดยุคไปแล้ว ถึงแม้ เยบัว อมานควาห์ เซนเตอร์แบ็กวัย 19 ปีของทีมจะถูกค้นพบจากที่แบบนั้นตอนอายุ 16 ก็ตาม

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  แมนฯ ซิตี้ มีผู้เล่นหลายคนที่ถูกเซ็นเข้ามาในแต่ละช่วงอายุซึ่งปกติแล้วพวกเขาแบ่งออกไปอยู่ในทีมต่างๆ เช่น "ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 9 ปีของ อเกวโร่" หรือ "ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 9 ปีของ ซิลบา"

  ส่วนผู้เล่นที่เซ็นเข้ามาใหม่ในช่วงอายุนั้นก็จะสามารถเข้าไปชมเกมในบ็อกซ์ที่นั่งของผู้เล่นซีเนียร์ ที่สนาม เอติฮัด ได้

  ผู้เล่นที่โชคดีที่ได้เข้ามาอยู่ในอะคาเดมี่ของ ซิตี้ จะได้รับชุดอุปกรณ์มูลค่าประมาณ 1,000 ปอนด์ ในนั้นประกอบไปด้วย เสื้อโค้ต, แจ็กเก็ตกันฝน, ชุดซ้อม, เสื้อ 2 ตัว, กางเกงวอร์ม, รองเท้าหญ้าเทียม, สนับแข้ง, กระเป๋า และขวดน้ำ

  ทุกๆ ปีอุปกรณ์เหล่านี้จะได้รับการอัพเกรด และเมื่อตอนเริ่มต้นฤดูกาลนี้ พูม่า สปอนเซอร์ใหม่ของทีมก็มอบรองเท้าแก่ผู้เล่นแบบฟรีๆ

  อย่างไรก็ตาม มันเป็นงานที่ต้องใช้ความพยายามเมื่อเด็กทุกคนสามารถเข้าถึง แอพ Hudl ซึ่งเป็นตัววิเคราะห์ประสิทธิภาพบนเว็บไซต์และแอพลิเคชั่น 

  เมื่อผู้เล่นมีการบ้านที่ต้องสร้างความคุ้ยเคยระหว่างร่างกายกับฟุตบอล มันจะถูกบันทึกและวิเคราะห์ในทุกๆ ครั้ง ซึ่งก่อนการฝึกซ้อมจะเริ่มขึ้น 30 นาที เด็กๆ จะเล่นกีฬาอื่นๆ เช่น เทนนิส และบาสเกตบอล ส่วน เอฟเวอร์ตัน จะรู้กันดีว่าเล่น parkour (คล้ายๆ FreeRunning)

  มันคือธุรกิจที่มีการแข่งขันและสโมสรทั่วทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็จะต่อสู้ล่าลายเซ็นดาวรุ่งที่มีฝีเท้าดีที่สุด และก็เหมือนกับที่ บีสวิค ออกจาก ซิตี้ ไปอยู่กับ ยูไนเต็ด ฟัลโลว์ส, วอร์ด และ ฮันเตอร์ ที่มุ่งหน้าสู่ ลิเวอร์พูล แล้วก็มีโค้ชเยาวชนและแมวมองอีกหลายคนเช่นกัน ที่ผละหนีจาก เมลวู้ด เพื่อย้ายไป แมนเชสเตอร์

  โรดอลโฟ่ บอร์เรลล์ ที่ตอนนี้ทำงานกับ กวาร์ดิโอล่า ในตำแหน่งโค้ชทีมชุดใหญ่ เขาออกจากอะคาเดมี่ลิเวอร์พูล มาอยู่ แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2013 โดย บอร์เรลล์ ได้รับเครดิตเป็นอย่างมากที่พัฒนาเหล่าดาวรุ่งลิเวอร์พูล ซึ่งรวมถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ด้วย

  ในช่วงเวลานั้น สเตเฟ่น ทอร์พีย์ และ ดาร์เรน ฮิวจ์ส สองลิเวอร์พัดเล่น ก็ย้ายไปอยู่กับ ซิตี้ โดย ทอร์พีย์ รับหน้าที่หัวหน้าโค้ชรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี ส่วน ฮิวจ์ส ทำงานในตำแหน่งหัวหน้าการฝึกสอน

ศัตรูที่รัก

  ถึงแม้จะมีการแข่งขันแย่งชิงดาวรุ่งยังไง และไม่กี่ปีมานี้ ซิตี้ ก็ดึงเจ้าหน้าที่ชุดแข่งมาจาก ลิเวอร์พูล แต่ในจุดนี้มันเป็นเรื่องที่ยอมรับกันได้ คนเหล่านี้ก็เหมือนคนทั่วไปที่เปลี่ยนงานด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่ทุกคนต้องการ

  นี่คือข้อสรุปที่ดีที่สุดจาก กวาร์ดิโอล่า เมื่อ ลี โนบส์ นักกายภาพบำบัด ออกจาก แมนฯ ซิตี้ ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อซีซั่นที่แล้ว หลังใช้ชีวิตที่ แมนเชสเตอร์ มาถึง 11 ปี

  "เขาเป็นคนที่เยี่ยมมากๆ อย่างว่าแหละที่อื่นมันก็จะมีงานที่น่าสนใจอยู่เสมอ และทุกคนมีอิสระที่จะเลือกได้" เป๊ป กล่าวในหนังสือ Pep's City 

  "เขาอยู่ที่ ซิตี้ มานานและก็ต้องการจะหาอะไรใหม่ๆ"

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  เดือน มิถุนายน หลังจบเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ โนบส์ ได้รับโทรศัพท์จาก กวาร์ดิโอล่า โดยบทสนทนาปิดท้ายด้วยการที่ เป๊ป อยากกล่าวแสดงความยินด้วยการขอคุยกับ คล็อปป์

  มันแสดงถึงความเคารพต่อกัน แต่มันก็แฝงความเป็นคู่อริและความเกลียดชังในคราบของการเป็นคู่แข่งประจำยุคนี้

  ซิตี้ เคยไม่พอใจมากกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถโค้ชของพวกเขา ระหว่างที่อยู่นอกสนาม แอนฟิลด์ จากการที่มีคนกลุ่มหนึ่งเล่นงานรถบัสของตัวเองตอนก่อนลงเล่นเกม รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018

  เจ้าหน้าที่หลายคนของ ลิเวอร์พูล ต่างก็ช็อคสุดๆ กับคลิปที่นักเตะแมนฯ ซิตี้ ต่างร้องเพลง "Allez Allez Allez" เวอร์ชั่นที่ดัดแปลงเนื้อร้องเป็นการล้อเลียนคู่แข่ง ในตอนทัพซิตี้ กำลังขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับบ้าน หลังเพิ่งทำแต้มเฉือน ลิเวอร์พูล 1 คะแนนคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครอง

  และถึงแม้จากนั้นไม่นาน แมนฯ ซิตี้ จะแถลงการณ์ออกมาแต่มันก็ไม่มีคำขอโทษอยู่ในนั้นเลย ซึ่งมันก็ทำให้ความบาดหมางระหว่างทั้งสองทีมรุนแรงขึ้น เหมือนกับราดน้ำมันลงไปในกองไฟ

ลิเวอร์พูล-แมนฯ ซิตี้ ศัตรูที่ไม่ได้เป็นแค่คู่แข่งในสนาม

  กวาร์ดิโอล่า กล่าวถึง การพุ่งล้มของ ลิเวอร์พูล และ คล็อปป์ ก็ตอบกลับว่า ซิตี้ ก็มักทำฟาวล์เพื่อผลประโยชน์ด้านแท็คติค

  ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของสองสโมสรที่มีผู้จัดการทีมที่น่าทึ่งและมีความสามารถระดับเวิลด์คลาส ที่แข่งขันกันทุกทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องในและนอกสนาม...

  แต่มันคงจะลดดีกรีไปแน่ หาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกอำลาทีมไปจากกระแสข่าวที่ออกมาในตอนนี้..